อำเภอสตึกจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2553
คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ จัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2553 ในวันที่ 5 มีนาคม 2553 ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
การจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีเปิด ส.ส.รังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.จักรกฤษณ์ ทองศรี นางวิไลวรรณ ไกรโสดา พัฒนาการจังหวัดบุรีัรัมย์ นายยลยงค์ มีพืชน์ นายอำเภอสตึก สจ.บุญเลียน ธนสุนทรสุทธิ์ สจ.อุดม จันทวงศ์ สจ.วรางคนาง นาคดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสตึก ร่วมงานเป็นเกียรติ
การจัดงานดังกล่าว คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสตึก และคณะกรรมการพัฒนาสตรีแต่ละตำบล
1. เดินเทอดพระเกียรติและรณรงค์วันสตรีสากล
2. ถวายภัตตาหารเพล
3. ร่วมกันถวายผ้าป่าการกุศลดังนี้
3.1 จัดหาทุนมอบให้กับกองทุนโรคเอดส์ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ (HIV)
3.2 มอบทุนการศึกษาใหักับโรงเรียนในสังกัดอำเภอสตึก
3.3 มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในสังกัดอำเภอสตึก
4. มอบใบประกาศเกียรติคุณ/โล่รางวัลเนื่องในวันสตรีสากล
4.1 มอบใบประกาศเกียรตคุณผู้ที่บริจาคเงินโรคเอดส์ (ประธานแต่ละตำบล)
4.2 มอบใบประกาศเกียรติคุณสตรีดีเด่น ส่วนการปกครอง ส่วนท้องถิ่นและด้านพัฒนาชุมชน
43. มอบโล่เกียรติคุณ ประจำปี 2553 เนื่องในวันสตรีสากล สตรีผู้บำเพ็ญประโยชน์ สตรีดีเด่นด้านการปกครอง และระดับภูมิภาค
ใน ส่วนการมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนสังกัดอำเภอสตึก ได้แก่ 1) โรงเรียนบ้านหนองเกาะ 2) โรงเรียนบ้านสตึก 3) โรงเรียนบ้านดงยายเภา 4) โรงเรียนชุมชนบ้านสะแก 5) โรงเรียนบ้านหนองใหญ่ 6) โรงเรียนบ้านเมืองแก 7) โรงเรียนปากช่องสนามชัย 8) โรงเรียนสระกุด 9) โรงเรียนบ้านละกอ 10) โรงเรียนบ้านท่าม่วง 11) โรงเรียนกระสัง 12) โรงเรียนบ้านทุ่งวัง 13) โรงเรียนบ้านโคกสุพรรณ ส่วนนักเรียนที่ได้รับทุนโรงเรียนละ 2 คน จำนวน 2 ทุน
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
สาระน่ารู้เกี่ยวกับวันสตรีสากล
เพื่อ เรียกร้องสิทธิของผู้ใช้แรงงานหญิงที่ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบและการถูก เลือกปฏิบัติที่มีต่อชนชั้นแรงงาน จึงเป็นกำเนิดของวันสตรีสากล ดังนั้น ในวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งองค์กรที่ทำงานด้านผู้หญิงหลายประเทศทั่วโลกได้มีการจัดงานวันสตรีสากล ขึ้น เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานหญิง และเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล รวมทั้งการจัดกิจกรรมรณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาที่ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศความเป็นมา
ณ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา กรรมกรสตรีในโรงงานทอผ้าได้ลุกฮือขึ้นเดินขบวนประท้วงการเอาเปรียบ กดขี่ ขูดรีด ทารุณ จากนายจ้างที่เห็นผลผลิตสำคัญกว่าชีวิตคน ความเป็นอยู่ของแรงงานสตรีในเมืองชิคาโก ว่ากันว่าไม่ต่างอะไรจากทาสนิโกรในเงื้อมมือคนผิวขาว เพราะต้องทำงานวันละ 12-15 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าแรงานเพียงน้อยนิดส่วนสตรีตั้งครรภ์มักถูกไล่ออกในที่สุดภายใต้การนำของ คลาร่า แซทคิน ผู้นำกรรมกรสตรีโรงงานทอผ้าชาวเยอรมันลุกฮือขึ้นสู้ด้วยการเดินขบวนนัดหยุด งานในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1907 โดยเรียกร้องให้นายจ้างลดเวลาการทำงานจากวันละ 12-15 ชั่วโมง ให้เหลือวันละ 8 ชัวโมงพร้อมทั้งให้ปรับปรุงสวัสดิการภายในโรงงาน และให้สตรีมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วย ในการเรียกร้องครั้งนี้ แม้จะมีหลายร้อยคนถูกจับกุม แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากสตรีทั้งโลก และส่งผลให้วิถีการผลิตแบบทุนนิยมเริ่มสั่นคลอน
แต่อย่างไรก็ตามอีก 3 ปีต่อมา คือ ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1910 ข้อเรียกร้องของเหล่าบรรดากรรมกรสตรีก็ประสบความสำเร็จ เมื่อตัวแทนสตรีจาก 18 ประเทศ เข้าร่วมประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยม ครั้งที่ 2 ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กที่ประชุมได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องของบรรดากรรมกรสตรี โดยให้ลดเวลาทำงานให้เหลือเพียงวันละ 8 ชั่วโมง ศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และกำหนดให้ค่าแรงงานสตรีเท่าเทียมกับค่าแรงงานชาย อีกทั้งยังมีการคุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็กอีกด้วย
นอกจากนั้นในการประชุมครั้งนั้น ยังได้มีการรับรองข้อเสนอของ คลาร่า แซทคิน ด้วยการประกาศให้วันที่ 8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากล
ั วันสตรีสากลในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2532 ได้มีการก่อตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ (กสส.) ขึ้นอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อฉลองเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล และระลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งความเสมอภาค ยุติธรรม สันติภาพ และการพัฒนาและจัดตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันมหามงคล 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระองค์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ ตรากตรำบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อให้คนไทยได้มีอาชีพ และได้พระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมเป็น "วันสตรีไทย" ของทุกปี เพื่อให้ผู้หญิงไทยมีโอกาสแสดงถึงความรู้ ความสามารถในการพัฒนาประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันสังคม และให้สามารถเทียบเท่าสตรีสากลของหลายประเทศที่เจริญแล้ว
ซึ่งทุกวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี จะมีการประกาศถึงเกียรติประวัติของสตรีชั้นแนวหน้าของโลกทั้งที่มีชีวิต และที่เสียชีวิตไปแล้ว เช่น เจ้าหญิงไดอาน่า แห่งอังกฤษ, แม่ชีเทเรซา แห่งประเทศอินเดีย, ประธานาธิบดี เมกาวลี แห่งอินโดนีเซีย และนางอองซานซูจี ของพม่าที่เรียกร้องประชาธิปไตยกับประเทศ ส่วนในประเทศไทยมีอยู่หลายท่าน เช่น คุณหญิงแพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนาสุนันท์, คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และคุณปวีณา หงสกุล ฯลฯ
วันสตรีไทยถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพราะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทยออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันสตรีมีบทบาทมากขึ้น มีความสามารถทัดเทียมผู้ชาย เป็นที่ยอมรับจากสังคม จะเห็นได้จากหน่วยงานราชการและภาคเอกชนเริ่มมีสตรีเข้าไปเป็นหัวหน้างานมาก ขึ้น รวมถึงการเข้าไปมีบทบาทในการบริหารประเทศชาติ สตรีไทยในยุคปัจจุบัน จึงต้องเป็นสตรีที่มีความรู้ความสามารถครบถ้วนทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการบริหาร การจัดการ การเป็นแม่ที่ดีของลูก เป็นภรรยาที่ดีของสามี และเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี พร้อมทั้งต้องก้าวทันกับยุคสมัย เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : ข้อมูล นารีรัตน์ รักษ์ศุภชน์ โรงเรียนบ้านหนองเกาะ (คุรุราษฏร์บำรุง) พิธีกรงานวันสตรีสากล
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php?
ภาพถ่าย : สุวัฒน์ อุ่นทานนท์/ศิริพงษ์ สิมสีดา/วันชัย ฉัตรนันทภรณ์ ชมรม ICT 572
| Su | Mo | Tu | We | Th | Fr | Sa |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |





















del.icio.us
Digg



Comments ( posted):
Post your comment